นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)กล่าวถึงสถานการณ์การล่าแม่มด ส.ว. ว่า สถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้
มีการส่งข้อความในโซเชียลมีเดียของกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกล แบนธุรกิจของ ส.ว. อย่างรุนแรง เช่น ของตนเองก็โดน

เรื่องการประกาศห้ามไม่ให้เข้าตลาดที่ตนเป็นเจ้าของ ของเหล่านี้ไม่ได้เป็นผลดี ทำให้คนไม่เข้าใจ เพียงแต่ว่าธุรกิจตลาดของ
ตนสร้างงานให้คนมาค้าขาย ตลาดเป็นพื้นที่ที่คนต้องกินอาหาร ซื้อของใช้กัน เป็นวิถีชีวิตประชาชน เพราะฉะนั้นจึงไม่ได้รับผล

กระทบเท่าไหร่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับ ส.ว.คนอื่นอาจจะเดือดร้อนเยอะกว่าตน ส่วนที่ตนโพสต์บนเฟซบุ๊ก เนื่องจากอยากแสดงออก
ให้เห็นว่าตลาดที่ตนดำเนินกิจการยังมีความจำเป็น คนที่เขายังไม่รู้จักก็รับรู้และเดินทางมาจับจ่ายใช้สอย ถือว่ายังไม่เสียหายมาก

แต่ก็เป็นเรื่องที่ไม่ดี ส่วนประเด็นการเมืองต่อว่าเมื่อวานนี้(15ก.ค.)นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดต
นายกรัฐมนตรี นายเสรี กล่าวว่า ก็ยังเป็นการพูดที่ไม่ชัดเจน เป็นความพยายามที่จะลองก่อน หากไม่ได้ก็จะให้พรรคเพื่อไทยเข้ามาทำ

ไม่ได้หมายความว่าจะให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเลยทีเดียว ส่วนหากจัดตั้งไม่สำเร็จ แล้วพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้ง
รัฐบาลเอง ส.ว. จะมีทิศทางในการโหวตอย่างไร นายเสรี ระบุว่า ตนคิดว่าคนที่จะมาบริหารประเทศ แม้ว่าจะไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี
แต่เป็นพรรคการเมืองที่เข้ามาบริหารประเทศ จะต้องมีความรับผิดชอบต่อชีวิตคนอื่น ต่อสาธารณชนโดยรวม แต่พฤติกรรมการแสดงออก

ที่ผ่านมามันกลายเป็นว่าถ้าหากใครไม่เลือกก็จะไปแสดงความคุกคามข่มขู่ตนว่ามันไม่เหมาะที่จะมาบริหารประเทศเพราะฉะนั้น ถ้าเพื่อไทย
รวมกับก้าวไกล ตนคิดว่าก็ยังไม่สามารถที่จะทำให้ประเทศดีขึ้นได้ ตนก็คงไม่เลือก นายเสรี ย้ำว่า จะไปตั้งสูตรอย่างไรก็ตามในหลักสำคัญ

ก็คือต้องเป็นพรรคการเมืองที่ไม่มีนโยบายที่จะก้าวล่วงสถาบัน หรือไปแก้กฎหมายมาตรา 112 ตนไม่ได้ระบุเฉพาะเจาะจงเป็นพรรค แต่ดูนโยบายของพรรคเป็นสำคัญ ซึ่งพรรคก้าวไกลมีความชัดเจนว่ามีนโยบายในเรื่องเหล่านี้ แต่หากเป็นพรรคการเมืองอื่นที่มาร่วมแล้วไม่มี
นโยบายเหล่านี้ก็พร้อมที่จะสนับสนุนทุกพรรคการเมือง

MRCkuS.md.jpeg

MRChiQ.jpeg

MRC3In.jpeg

MRCTwg.md.jpeg

MRCtDW.md.jpeg

MRCwJ2.md.jpeg

MRCKh1.md.jpeg