สิ้นใจแล้ว! ยายวัย 78 ถูกช้างทำร้าย งานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ ครอบครัวเศร้าโต้ปมเรียก 3 ล้านบาท ด้านผู้ว่าฯ สุพรรณบุรี เล็งถกมาตรการไม่ให้นำช้างออกมาโชว์ด้านนอก

จากเหตุช้างทำร้ายนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวงานประจำปี อนุสรณ์ดอนเจดีย์ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2567 ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย ถูกนำส่ง รพ.ดอนเจดีย์

ประกอบด้วย นางจุฑา พันธุ์เจริญ อายุ 58 ปี ผ่าตัดกระดูกต้นขาขวา นายสำเริง สอนคุณ อายุ 46 ปี บาดเจ็บสาหัส ปอดและตับฟกช้ำ, น.ส.นชากร อาจแพทย์ บาดเจ็บฟกช้ำ ย้ายมารักษาอาการที่ รพ.เจ้าพระยายมราช และนางชู เหมือนเดช อายุ 78 ปี บาดเจ็บสาหัส กะโหลกศีรษะแตก เลือดออกในเยื่อหุ้มสมอง ต้องผ่าตัดด่วน จากนั้นพักรักษาตัวอยู่ห้องวิกฤตฉุกเฉิน

ล่าสุดนางชูได้เสียชีวิตแล้ว เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 31 ม.ค. ญาติได้ตั้งศพบำเพ็ญกุศล ที่ศาลาสมเด็จพระนเรศวรมหาราช วัดป่าเลยไลก์วรวิหาร โดยมีนายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานในพิธีรดน้ำศพ และมีตัวแทนจากทีมออร์แกไนซ์ผู้จัดงานมาร่วมแสดงความเสียใจด้วย ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของญาติพี่น้อง 

ด้านนายมนตรี หมื่นเดช อายุ 51 ปี บุตรชายนางชู กล่าวว่า นอกจากต้องสูญเสียแม่แล้ว ตอนนี้พี่สาวของตนคือนางจุฑาทิพย์ พันธุ์เจริญ ที่ได้รับบาดเจ็บถูกช้างทำร้าย ก็เพิ่งออกจากโรงพยาบาลมารักษาตัวที่บ้าน แต่ยังเดินไม่ได้ เนื่องจากกระดูกต้นขาขวาหัก

นายมนตรี กล่าวต่อว่า ทางควาญช้างและผู้จัดงานเข้ามาพูดคุยเจรจาเบื้องต้นเรื่องค่าเสียหาย ซึ่งตนได้เรียกค่ารักษาของแม่ 1 ล้านบาท และพี่สาว 7 แสนบาท อยู่ระหว่างต่อรอง ซึ่งตนทำบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.ดอนเจดีย์ ด้วย

นายมนตรี กล่าวอีกว่า ตอนนี้ทราบว่ามียูทูบเบอร์ช่องหนึ่งได้ลงข้อมูลผิดๆ ทำให้ครอบตัวตนเสียหาย บอกว่าตนเรียกค่าเสียหาย 3 ล้านบาท ซึ่งไม่เป็นความจริง ทำให้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นด่าครอบครัวตนว่าจะนำไปเงินไปสร้างบ้านสร้างตัว

นายมนตรี กล่าวต่อว่า ครอบครัวเราก็เสียใจและยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เวลามีคนมาแสดงความคิดเห็นทำให้เราก็รู้สึกไม่สบายใจ เพราะเราคือผู้สูญเสีย อยากฝากให้ทางจังหวัดมีมาตรการคุมเข้มเรื่องการนำช้างออกมาโชว์ด้านนอก ต่อไปขอให้ช้างอยู่ในที่เหมาะสม เนื่องจากเป็นสัตว์ใหญ่ ไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกเมื่อไหร่ ไม่อยากให้ใครต้องมาสูญเสียแบบครอบครัวเราอีก

นางกรรณิการ์ ตุ้มวงษ์ หลานสะใภ้นางชู กล่าวว่า ตอนเกิดเหตุเห็นช้างอยู่หน้าทางเข้า ยายยืนอยู่กับแม่สามี ห่างจากช้างประมาณ 2-3 เมตร ขณะนั้นกลุ่มนักท่องเที่ยวเอาอาหารไปให้ช้าง แล้วช้างตัวใหญ่ก็ใช้งวงเกี่ยวเสื้อชายคนหนึ่งฟาดลงกับพื้นและวิ่งไปทั่ว แล้วมาชนยายจนล้มและหมดสติ ส่วนแม่สามีก็ถูกช้างเหยียบ

นางกรรณิการ์ กล่าวอีกว่า ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ แต่อยากให้ผู้เกี่ยวข้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวมากกว่านี้ โดยให้มีที่กั้นหรือให้ช้างอยู่ในที่ปลอดภัย ตอนนี้ครอบครัวเสียใจมาก ยังทำใจไม่ได้ เพราะเราสูญเสียคนที่เรารักไปโดยไม่ได้สั่งเสียอะไรกันเลย

ด้านนางจุฑา พันธุ์เจริญ อายุ 58 ปี ผู้บาดเจ็บและลูกสาวของผู้เสียชีวิต กล่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า ตอนนั้นตนยืนจับมือแม่อยู่ จากนั้นช้างก็วิ่งมาชนแม่ และเหยียบตน จนได้รับบาดเจ็บกระดูกต้นขาขวาหัก แพทย์ได้ผ่าตัดแล้ว ยังไม่รู้ว่าจะกลับมาเดินได้หรือไม่ ตนเสียใจมากที่สูญเสียแม่ พูดอะไรไม่ออกเลย ไม่คิดว่าการไปเที่ยวงานจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ยังทำใจไม่ได้

ขณะที่นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีอาญา ต้องรอผลการสอบสวนจาก สภ.ดอนเจดีย์ ทั้งรวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำ ไกล่เกลี่ย ซึ่งตนและจังหวัดสุพรรณบุรีได้หาแนวทางในการช่วยเหลือและเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต อาจมีสิทธิ์ได้รับการเยียวยาจากกองทุนยุติธรรม

นายณัฐภัทร กล่าวต่อว่า สำหรับทีมออแกไนซ์ผู้จัดงานและทีมเจ้าของช้างจะเป็นผู้เจรจาเรื่องการเยียวยาอีกส่วนหนึ่ง หลังจากเกิดเหตุ ทางจังหวัดก็ได้หารือและนำเรื่องนี้ไปเป็นบทเรียน ต่อไปคงจะไม่ให้นำช้างออกมาโชว์ด้านนอกแล้ว แต่จะให้ช้างอยู่ในจุดการแสดงเท่านั้น และมีการถ่ายทอดออกจอ LED มาให้ชมด้านนอก

นายณัฐภัทร กล่าวอีกว่า ส่วนนักท่องเที่ยวที่จะถ่ายรูปใกล้ชิดกับช้าง ต่อไปต้องวางมาตรการใหม่ให้เป็นบรรทัดฐาน ไม่ให้อยู่ใกล้ช้าง เพราะเราไม่รู้นิสัยใจคอของช้าง ไม่ใช่คนเลี้ยง หากมีการไปหยอกล้อเล่น สัตว์อาจไม่พอใจ แนวทางการจัดงานครั้งต่อไปต้องไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก ขอแสดงความเสียใจแก่ครอบครัวผู้สูญเสียกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ด้วย

สำหรับพิธีฌาปนกิจศพนางชู หมื่นเดช จะตั้งบำเพ็ญกุศลที่ศาลาสมเด็จพระนเรศวร วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร และกำหนดฌาปนกิจวันจันทร์ที่ 5 ก.พ. 2567 เวลา 16.00 น.