เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 13 ก.พ.67 น.ส.อำนวยพร มณีวรรณ์ หรือทนายกุ้ง พร้อมตำรวจ สน.โคกคราม และนายซัน หลานอากู๋ เข้าตรวจสอบบ้านพักเจ้าปัญหาในหมู่บ้าน ซอยรามอินทรา 58 กทม. ซึ่งเกิดข้อพิพาทระหว่างอากู๋ เจ้าของบ้านตัวจริง กับเพื่อนบ้านคู่กรณีที่ลักลอบเข้ามายึดบ้านและอ้างกรรมสิทธิ์ครอบครองปรปักษ์เป็นของตนเอง ก่อนจะย้ายออกไปเมื่อปลายปีที่แล้ว และลอบกลับเข้ามาอ้างสิทธิ์การครอบครองปรปักษ์ พร้อมเปิดร้านขายไก่ทอดเมื่อสัปดาห์ก่อน

โดยตำรวจเข้าตรวจสอบสภาพภายในบ้าน และตรวจสอบกล้องวงจรปิดว่ามีบุคคลใดเข้ามาบุกรุกหรือไม่ และตรวจสอบมิเตอร์น้ำและไฟฟ้า ก่อนเจ้าของบ้านจะนำป้ายไวนิลมาแขวน มีข้อความระบุว่า ห้ามผู้ใดบุกรุก หากฝ่าฝืนจะดำเนินคดีตามกฎหมาย

น.ส.อำนวยพร กล่าวว่า วันนี้เจ้าของบ้านตัวจริงต้องการแสดงกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ จึงลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.โคกคราม ว่าก่อนหน้านี้มาแจ้งความดำเนินคดีกับคู่กรณีในข้อหาลักทรัพย์ เป็นลูกกุญแจที่นำมาเปลี่ยนที่รั้วบ้านใหม่ เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา และวันนี้นำโฉนดฉบับจริงมาแสดง ก่อนประสานตำรวจเข้ายึดป้ายร้านขายไก่ทอด ป้ายห้ามผู้อื่นบุกรุก และอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้าน เพื่อนำไปเป็นของกลางทางคดี

สำหรับคดีก่อนหน้านี้แจ้งความบุคคลไว้ 5 ราย ในข้อหาบุกรุกเคหะสถาน และทำให้เสียทรัพย์ โดยตำรวจส่งสำนวนให้อัยการแล้ว ขณะเดียวกันทราบว่าทนายความฝ่ายคู่กรณีเอง ก็พักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันมานาน โดยพบกันเมื่อครั้งที่ไปยื่นคัดค้านการครอบครองปรปักษ์ที่ศาล แต่ไม่ได้พูดคุยกัน

น.ส.อำนวยพร กล่าวอีกว่า จากนี้หากพบมีบุคคลใดบุกรุกเข้ามาอีก จะสามารถเอาผิดได้ทันที ซึ่งย้อนไปเมื่อวันที่ 17 ก.ย.2566 มีการส่งมอบบ้านคืนให้เจ้าของตัวจริงไปแล้ว เมื่อมาตรวจสอบภายในบ้านก็ไม่พบสิ่งของใดๆ แต่ปรากฏว่าวันนี้พบที่นอน เก้าอี้โซฟา และหม้อหุงข้าว ที่นำมาใช้สร้างหลักฐานแอบอ้างว่าเป็นการพักอาศัยอยู่ ซึ่งการครอบครองปรปักษ์นั้น ต้องมีหลักฐานและเจตนาการเข้าพักอาศัยอย่างต่อเนื่องตลอด 10 ปี จึงมั่นใจหลักฐานของฝ่ายเจ้าของตัวจริง ได้แก่แผนที่บ้านที่นำเสนอผ่านสื่อต่างๆ และหลักฐานสำคัญที่แสดงการเป็นเจ้าของบ้าน