03.00 น. ของวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา แล้วหายไปหลังจากกลับมาจากฉลองวันเกิดของสามี ซึ่งทางกลุ่มเพื่อน ได้พากันโพสต์ตามหา แต่ยังไร้วี่แวว

ต่อมานายศิริชัย อายุ 33 ปี สามีของน.ส.ชลลดา ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ที่ผ่านมาภรรยาเคยมีพฤติกรรมหนีในลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง โดยทุกครั้งไม่เคยแจ้งว่าหนีไปที่ใด และแม้ตนจะเคยทะเลาะกับภรรยาหลายครั้ง

จนถึงขั้นเอาเท้าเหยียบหน้า น.ส.ชลลดา แต่ทุกครั้งก็จะเป็นฝ่ายง้อน.ส.ชลลดา เสมอ ยืนยันไม่ได้ฆ่าอำพรางน.ส.ชลลดา และสร้างเรื่องตามหาแฟนตามกระแสข่าว เชื่อปัจจุบันน.ส.ชลลดา ยังมีชีวิต พร้อมต้องการให้หายงอนและรีบกลับมาหาด่วน

ต่อมาเวลา 15.00 น. ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ปากเกร็ด เดินทางมาที่บ้านของนายศิริชัย สามีของน.ส.ชลลดา เพื่อมาสอบถามรายละเอียดเพิ่ม ขณะที่ นายศิริชัย ยืนยันมาตลอดว่า ไม่ได้ฆ่าอำพรางนางสาวชลลดา และสร้างเรื่อง

ตามหาแฟน ตามกระแสข่าว พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับตำรวจ และยืนยันจะตามหาแฟนสาวอย่างสุดความสามารถ

สำหรับความคืบหน้าล่าสุด ในช่วงค่ำมีตำรวจอีกชุดเดินทางมาสมทบและเข้าไปภายในบ้าน เหมือนกำลังทำอะไรสักอย่างคล้ายการชี้จุด หรือทำแผน นอกจากนี้ตำรวจยังตรวจค้นภายในบ้านและรถของสามี ก่อนเวลา 18.20 น.

ตำรวจจะพาตัวแม่ของน้องนุ่นมาที่บ้านและเก็บข้าวของของลูกสาว ทั้งเสื้อผ้า กระติกน้ำร้อนและของใช้ของหลานน้อย กลับบ้าน

สอบถามแม่ของน้องนุ่นว่า ตอนนี้กังวลหรือไม่ เจ้าตัวบอกว่ากังวลและเป็นห่วงลูกสาว วันนี้เดินทางมาเอาข้าวของลูกสาวและนำตัวหลานน้อยกลับบ้าน ต่อมาตำรวจ สภ.ปากเกร็ด เค้นสอบนายศิริชัย ก่อนยอมรับสารภาพว่า ได้ลงมือสังหารน้องนุ่น เหตุมีปากเสียงกัน และนำศพไปทิ้ง จ.ฉะเชิงเทรา