นาทีนี้ไม่สนคสามรู้สึกลูก สงครามไม่จบ ผญบ.ฟินแลนด์ แฉต่อ แพรวพราว แอบคุยแฟนเก่า มีคลิปวงจรปิดตอนนัดเจอ

หลังเป็นกระแสร้อนแรงเมื่อ บิ๊ก ผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์ สามีออกมาทั้งโพสต์ช็อกและไลฟ์ระเบิดความอัดอั้นตันใจ ระบายเหตุจับได้ปมบุคคลที่สามที่ทำร้ายครอบครัว แถมเป็นคนในวงที่มาเหยียบศักดิ์ศรีของความเป็นผัวหัวหน้าวงอย่างตัวเองด้วย

ต่อมาหมอลำสาวชื่อดังลูกสอง แพรวพราว แสงทอง ออกมาร่ำไห้ไลฟ์ชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ท้าสาบานไม่ได้เอาหรือมีชู้กับใคร แค่คุยๆ กับคนอื่น น้อยใจ ผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์ ไม่มีเวลา เที่ยวแต่บาร์เกย์บาร์โฮส-คาเฟ่ ยืนยันมีศักดิ์ศรีเหมือนกัน ยังซื่อสัตย์กับลูกผัว

สำหรับความคืบหน้า วันที่ 22 ก.พ.67 บิ๊ก ผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์ ออกมาไลฟ์สด หลังจาก แพรวพราว แสงทอง เพิ่งไลฟ์สดจบ โดยระบุว่า

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันสะสมมาระยะเวลาประมาณ 3 เดือน ที่ระหองระแหงกันมาตลอด ตนคิดว่าเป็นเพราะกาลเวลาและหลายๆ อย่าง ตนก็คิดว่าที่ผ่านมาดูแลกันอย่างดี เพราะผู้ชายเป็นร้อยเป็นพัน เขาก็ยังเลือกเรา

พอมาวันหนึ่งความที่ตนเป็นสามีโดนเมียรำคาญ เหมือนโกรธอะไรเราสักอย่าง แต่ตนก็งงว่าทำไมเป็นแบบนี้นานจัง ตนก็มานั่งจับผิดว่าแฟนตนผิดปกติยังไงบ้าง เรื่องหึงหวง เขาไม่ได้ห่วงตนอยู่แล้ว เวลาไปกินไปเที่ยวก็มีไปบ้าง ขอทุกครั้งให้ไปทุกครั้ง กลางคืนตนไปเที่ยวกลับมาก็ทำหน้าที่ตามปกติ ซึ่งตนก็ไปกับผู้จัดการและหมอลำตลอด เพื่อความสบายใจ

ต่อมาวันนึงตนไปทำงานต่างจังหวัดที่นครพนม เขาบอกให้ตนไปทำงานต่างจังหวัด เขาจะอยู่บ้าน ตนก็สงสัยว่าทำไมแปลกๆ แล้ววันนั้นบังเอิญว่า ตนเปิดกล้องวงจรปิดห้องข้างล่างผ่านโทรศัพท์ดูว่านอนรึยัง พอเปิดกล้องดูเห็นเมียยังไม่นอน ก็ดูอยู่เรื่อยๆ แล้วเห็นว่าเขาใส่หูฟังเดินอยู่ในบ้านแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ตอนแรกก็คิดว่าคุยกับเพื่อน แต่พอไปเช็คก็ไม่ใช่สักคน ตอนนั้นก็เก็บไว้ในใจก่อน แต่ก็สั่นไปหมดทั้งตัว นอนไม่หลับจนถึงเช้า

พอมาเจอกัน ตนก็ถามว่าคุยกับใคร ทำไมอารมณ์ดียิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เขาก็บอกว่าไม่ได้คุยกับใคร ตอนนั้นตนก็เสียความรู้สึกมาก ทั้งๆ ที่ตนรู้ความจริงทั้งหมดอยู่แล้ว เห็นอยู่แล้วว่าเขาคุยโทรศัพท์ แต่เขากลับบอกตนว่าไม่ได้คุย

ตอนที่ถามตอนนั้นก็มีคนรอบข้างอยู่ 2-3 คน เขาก็ถามว่าทำไมต้องถามต่อหน้าคนอื่นด้วย ตนเป็นคนเปิดเผย ก็พยายามถามย้ำๆ ว่าคุยโทรศัพท์กับใคร ตอบมาแค่นี้ ถ้าตอบไม่ได้ก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว และพฤติกรรมที่เห็นคืออะไร แต่เขาไม่ตอบอะไรตนสักอย่าง

จากนั้นเช้าวันต่อมาเขาก็โพสต์ว่า “กูไม่ใช่คนดีร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่กูรักองค์กร และครอบครัว” แล้วก็โพสต์รูปทุกคนยกเว้นรูปตนอันนี้คือจุดแรก ซึ่งตอนนั้นก็แยกห้องกันนอนเลย ตั้งแต่ตอนกลางคืน เพราะเขาก็ไม่ได้ง้อกันเลย ทั้งที่ตัวเองทำผิด ถ้าเกิดเขาง้อนิดนึง ตนก็พร้อมคืนดีทันที แต่นี่ไม่มีโมเมนต์มาง้อหรืออะไรเลย ซึ่งที่ผ่านมามีปัญหาแต่ละครั้งตนก็เป็นคนง้อทุกครั้ง

ตนจึงได้ขึ้นไปคุยกับเขาว่าโพสต์ทำไม ตนแค่ถามว่าคุยโทรศัพท์กับใคร ทำแบบนี้หมายความว่าเธอพร้อมที่จะเลิกกับฉันเลยเหรอ วันนั้นตนก็ขึ้นไปง้อพยายามปรับความเข้าใจอยู่นานมาก เขาจึงบอกกับตนว่าไม่ได้มีอะไรคุยเรื่องซื้อรถ ตนก็จบเรื่องนี้แล้ว ทำเป็นเชื่อไป วันต่อมาเขาก็โพสต์รูปครอบครัวแล้วก็บอกว่าไม่มีอะไร แต่ทางครอบครัว ญาติพี่น้องเขานั้นไม่จบ โพสต์บอกว่าให้กำลังใจแพรวพราว ซึ่งไม่มีรูปตนเลย ตนก็เลยงงว่าตนทำอะไรผิดทำไมถึงโดนรุม

จากนั้นจึงได้ไปสืบว่าจากการที่คุยโทรศัพท์ใช่เรื่องซื้อรถหรือไม่ ซึ่งไม่ใช่ แต่ตอนนั้นตนคุยกับคนที่กำลังปรึกษาอีกคนหนึ่งว่าถ้าเขาโกหกเกิน 3 วัน ไม่ยอมพูด ตนก็จะไม่อยู่เฉยๆ จากนั้นไม่นานเขาก็บอกว่าวันนั้นที่คุยไม่ใช่เรื่องรถ แต่คุยกับแฟนเก่าที่เป็นเพื่อนสนิทกัน ซึ่งตนบอกรู้ว่าเธอโกหก เพราะว่าหน้าเธออมทุกข์ตลอดเวลา

ตนจึงถามว่าไปคุยทำไม ยิ่งเป็นแฟนเก่ายิ่งไม่ควรไปคุย ตอนนั้นตนก็ร้องไห้หนักมาก เพราะโดนแฟนหลอก แต่ตอนนั้นตนก็เชื่อ แล้วก็บอกว่าจะไม่ทำอีก เป็นแค่แฟนเก่าหลาย 10 ปี แค่ตอนนี้มีโอกาสได้เจอกันก็เลยทักทายกัน โทรหากันตอนตี 4จากนั้นก็ขอโทษอะไรกันเรียบร้อย พร้อมกับถามว่าตนมีอะไรผิดพลาดหรือ อยากให้แก้ไขอะไรหรือไม่ เขาก็บอกว่าไม่มี ถ้ามีอะไรอยากให้บอกมาเลย จะได้ใช้ชีวิตด้วยกันแบบมีความสุข แต่เขาก็บอกมาแค่ว่าอยากให้บริหารงานให้มีความสุขให้มันดีพอ แล้วตนก็บอกให้เขาบล็อกผู้ชายคนที่แฟนเก่าไป อยู่กับคนปัจจุบันดีที่สุด โดยเรื่องนี้ก็จบไปตอนเดือนธ.ค.

ต่อมาเดือนม.ค. วันนั้นตนก็ดื่มฉลองกับทีมงานแล้วและแพรวพราวเมา ทีมงานก็มาส่งที่บ้าน จากนั้นทีมงานก็กลับไปงานเลี้ยง แต่ไม่นานก็มีคนบอกว่า แพรวพราวออกจากบ้านเดินไปทางป่า ตอนนั้นก็รีบกลับมา เพราะเป็นห่วง ก็ไปพากันกลับมานอนที่บ้านอีก จากนั้นได้ให้คุณยายคนหนึ่งมาเฝ้าที่ห้องโถง เพราะเป็นห่วง แต่ก็ยังคงลงมาอีก แต่รอบนี้ออกไปทางประตูหลังบ้าน พอมาเปิดกล้องดูก็เห็นว่าเดินไปคุยโทรศัพท์อยู่นานมาก ทั้งที่ตอนแรกเมาแทบจะไม่ไหว แต่พอเห็นในกล้องอีกทีนึง ตอนที่แอบลงมาคือ เดินปกติก่อนที่จะเดินหาออกไปในซอย ซึ่งตนไม่อยากเปิดดูต่อ

พอตนกลับเข้าบ้าน ตนเห็นว่าแพรวพราวเดินตามกับเขาแบบบังเอิญเจอกัน พอเขาเห็นตนก็ตกใจ จึงถามว่าไหนบอกว่านอนแล้ว ก็อ้างว่าไปโน่นไปนี่มา วันนั้นตนบอกว่าตนจะดูกล้อง เขาก็โมโหมากๆ แล้วก็ขึ้นกูมึงใส่ ตนก็ตกใจมากที่เขาพูดกูมึงใส่ เช้ามาตนก็บินกลับไปกรุงเทพฯเลย และที่ตนไปญี่ปุ่นกับลูก 2 คน เพราะอยากรู้ว่าจะเป็นยังไง 7 วันที่ตนไม่อยู่คุยโทรศัพท์ตลอดเวลา ประเด็นคือไม่ได้คุยกับตน แต่ตนงงว่าคุยกับใครวางสายจากตน ปุ๊บโทรคุยทันที

ตนไม่ได้อยู่ 7 วันถึงจะไม่เห็นว่าเขาไปไหนมาด้วยกัน แต่เขาคุยโทรศัพท์กันทุกวันและคุยเรื่องของตนด้วย แล้วก็มีวันนึงที่เขาไปร้านเหล้าโพสต์ว่าไปกับเพื่อน 2 คน แต่สุดท้ายก็มาจับโป๊ะได้ว่ามีอีกคนนึงไปด้วย ซึ่งตอนนั้นเขาก็โพสต์สตอรี่อยู่ร้านนี้แล้วผู้ชายคนนั้นก็โพสต์เหมือนกันว่าอยู่ร้านนี้

ที่ตนออกมาพูด ไม่ได้กลัวเสียใจทีหลัง ใครจะว่าตนก็ได้ แต่ตนอายุเท่านี้แบกรับทุกอย่างไม่ไหววันนี้ขอแค่มีลูกก็มีความสุขแล้ว ที่ผ่านมาก็มีแต่คนบอกว่าตนไม่ดี ปัญหาทุกอย่างมันเกิดจากตน หรือไม่เรื่องลูกน้องเรื่องวงอะไรต่างๆ ทุกอย่างตนเป็นคนผิดหมด ตนรับไม่ไหว ทำดีกับคนไม่ขึ้นจริงๆ แม้กระทั่งแม่แท้ๆ ของตัวเอง ตอนนี้ตนไม่มีใครเลย ไม่ได้มีเพื่อนบริวารเคียงข้างกาย อยู่ตัวคนเดียวมาตลอด พอตอนรู้เรื่องก็ถามว่าไล่ผู้ชายคนนั้นออกได้หรือไม่ แต่เขาก็ไม่ได้ไล่ออก ทั้งที่แค่มิกซ์เสียงจะหาใครมาแทนก็ได้

“เวลานี้ไม่มีอะไรเอาคืนได้แล้ว วันนี้ขอยุติบทบาทในนามผู้บริหารวงแสงทองฟินแลนด์ ทุกกรณีที่เกี่ยวข้องกับวงเเสงทองฟินแลนด์ ขอถอยออกมาเอง ไม่อยากให้ทุกคนต้องลำบากใจ มีส่วนเกี่ยวข้องกับผมอีกต่อไป ขอโทษขออภัยทีมงานแสงทองฟินแลนด์ด้วย ถ้าไม่มีผม เขาก็บริหารและทำงานกันได้ เพราะผมก็ไม่ได้สำคัญอะไร แต่หลังจากนี้ผลงานก็ยังสร้างเหมือนเดิม ส่วนผลงานของผมจะมีอะไรก็ต้องรอติดตามต่อไป ซึ่งถ้างานไหนบไว้ล่วงหน้า ผมก็ยังคงจะไปอยู่ แต่ถ้างานไหนไม่ได้คุยไว้ก็จะไม่ได้ไปแล้ว ถ้าในวันนึงข้างหน้าเจ้าภาพงานอยากจ้างผมขึ้นไปร้องเพลงกับแพรวพราวในวง ผมก็สามารถไปได้”

ที่ดินที่อยู่ตรงนี้ อะไรที่เป็นชื่อของตน ตรงนี้ก็จะมอบให้ลูกทั้งหมดจะไม่ขาย ตนจะไปหาใหม่ ขอฝากโตเกียวมิวสิกด้วย ยังคงเดินหน้าต่อไป ทุกคนที่อยู่ในวงโตเกียวมิวสิคก็ยังคงจะสร้างผลงานเรื่องของการบันเทิงทุกสิ่งทุกอย่าง

วันนี้ตนอาจจะเป็นคนกระทำให้เป็นเรื่องใหญ่เรื่องโต แต่จงรู้ว่าสิ่งที่ตนผ่านมาแต่ละอย่างก็หนักหนาเหมือนกัน จากคนเข้มแข็งก็กลายเป็นคนอ่อนแอและหวั่นไหวแบบไม่รู้ตัว และหลังจากนี้ ตนจะยุติเรื่องนี้ขอคุยแค่เรื่องสนุกสนานอย่างอื่น

ขอโทษแฟนเพลงที่ผิดหวังในตัวตน แต่ตนก็เจ็บนานไม่ได้ ตนมีพนักงานตนมีลูก มีงานต้องทำตนจะอมทุกข์นายไม่ได้ในความเป็นพ่อแม่ก้อยังจะยังคงสถานะเหมือนเดิม

ทุกคนผิดพลาดได้ เพราะฉะนั้นให้อภัยกันให้ความเมตตากันให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเครื่องพิสูจน์ แต่พูดจากใจตนไม่มีวัตถุประสงค์ทำร้ายใครหรือให้ใครย่ำแย่ แต่จากนี้ยังคงจะแบ่งส่วนที่เป็น ทรัพย์สินต่อไป