News

Home News

ในหลวง พระราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุ

วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงสักการะพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุ ของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ จากสาธารณรัฐอินเดีย

เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร

อัจฉริยะ! เด็ก ม.6 สุดเก่ง ยื่นพอร์ต 15 คณะ ติดทั้ง 15 คณะ บางที่ให้ทุนเรียนฟรีจนจบป.เอก เฉลยน้องเลือกที่ไหน

ทำเอาชาวโซเชียลฮือฮาไม่น้อยเลยทีเดียว เมื่อเพจเฟซบุ๊ก Sci project.skr ได้ทำการโพสต์คลิปกิจกรรมหน้าเสาธง โรงเรียนแห่งหนึ่ง พร้อมข้อความระบุว่า พี่โอโม่กับประกาศผลรอบ portfolio เบา ๆ 15 สาขา สุดยอดมากพี่โอโม่. กับผลงานของเด็กห้องธรรมดาที่มีความตั้งใจมาก ๆ ไม่ธรรมดาสำหรับคนนี้มหาลัยใหนได้ไปรับรอง..ปัง ปัง

โดย น้องโอโม่ ในคลิปที่ปรากฎ คือ นายฐิติพันธ์ วะเศษสร้อย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสกลราชวิทยานุกูล จ.สกลนคร ที่เป็นเด็กนักเรียนห้องเรียนธรรมดาแต่สามารถยื่นพอร์ตเข้ามหาวิทยาลัยดัง ๆ ได้มากถึง 15 คณะ ซึ่งภายในคลิปดังกล่าว เป็นคลิปกิจกรรมหน้าเสาธงมีการเรียกชื่อนักเรียนแต่ละคนออกมายืนตรงกลางด้านหน้า พร้อมประกาศพอร์ตของแต่ละคน กระทั่งมาถึงน้องโอโม่ ที่อาจารย์ต้องช่วยกันอ่าน เพราะมีรายชื่อคณะและมหาวิทยาลัยที่น้องโอโม่สามารถสอบเข้าได้มากถึง 15 แห่ง จนกลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์

โดยรายชื่อคณะและมหาวิทยาลัยที่น้องโอโม่สอบติด ทั้ง 15 แห่งที่ มีการประกาศ ประกอบด้วย

1. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะสหเวชศาสตร์ สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์

2. มหาวิทยาลัยมหิดล คณะวิทยาศาสตร์ หลักสูตรวิทยาศาสตร์เทคนิค

3. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม คณะเภสัชศาสตร์ หลักสูตรเภสัชศาสตร์บัณฑิต สาขาการบริบาลเภสัชกรรม

4. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี คณะวิศวกรรมทุนเพชรพระจอมเกล้า สาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม

5. มหาวิทยาลัยบูรพา คณะเภสัชศาสตร์ หลักสูตรเภสัชศาสตร์บัณฑิต

6. มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ วิทยาลัยสัตวแพทยศาสตร์อัครกุมารี

7. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาเคมี

8. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม

9. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเคมี

10. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี คณะวิทยาศาสตร์ สาขาฟิสิกส์ฯ

11. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี คณะวิทยาศาสตร์ สาขาฟิสิกส์เชิงทฤษฎีและการวิเคราะห์ข้อมูล

12. มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์

13. มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ คณะวิทยาศาสตร์ หลักสูตรวิทยาศาสตร์บัณฑิต หลักสูตร สสวท. ได้ทุนการศึกษาตั้งแต่ปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอก

14. มหาวิทยาลัยศิลปากร คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมกระบวนการชีวภาพ

15. มหาวิทยาลัยรังสิต คณะรังสีเทคนิค สาขารังสีเทคนิค

ทั้งนี้ ภายหลังจากคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปแล้วนั้น ก็ได้ชาวโซเชียลเข้ามาแสดงความยินดี ชื่นชม กดไลก์ และแชร์กันออกไปจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตาม น้องโอโม่ ยังไม่ได้ประกาศในคลิปดังกล่าวว่า จะตัดสินใจเลือกที่ไหน แต่มีผู้มาตอบในคอมเมนต์ระบุว่า น้องตัดสินใจเข้าเรียนต่อที่ คณะเภสัชศาสตร์ หลักสูตรเภสัชศาสตร์บัณฑิต สาขาการบริบาลเภสัชกรรม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ส่วนจะคณะนี้หรือคณะไหนคงต้องรอเจ้าตัวออกมาบอกเองโดยตรงอีกครั้ง

น้องโอโม่ ยื่นพอร์ตติด 15 คณะ ล่าสุดชาวเน็ตดราม่า ยื่นเยอะตัดสิทธิ์คนอื่น

จากรณีที่ก่อนหน้านี้โลกออนไลน์มีการแชร์เรื่องราวที่น่ายินดีของ น้องโอโม่ น้องโอโม่ ฐิติพันธ์ วะเศษสร้อย นักเรียนโรงเรียนสกลราช จ.สกลนคร ยื่นพอร์ตติด 15 คณะ เรียกเสียงฮือฮาแก่เพื่อนในโรงเรียนและเป็นที่ชื่นชมบนโซเชียลมีเดีย เพราะไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ที่ใครสักคนจะถูกหลายคณะเลือกพร้อมเพรียงกันนั้น

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Sci project.skr

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Sci project.skr

โดย น้องโอโม่เปิดเผยถึงเบื้องหลังการทำพอร์ตโฟลิโอว่า เริ่มทำโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านนวัตกรรมการวิจัยกับ Sci project.skr ตั้งแต่ ม.4 พร้อมกับลงแข่งรายการต่าง ๆ ตั้งแต่ระดับภูมิภาคถึงระดับประเทศ สะสมผลงานการคว้ารางวัลนานกว่า 3 ปี โดยที่ทำเกรดเฉลี่ยในโรงเรียนออกมาให้ดีที่สุดจนสามารถถูกคัดเลือกได้ถึง 15 คณะ

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Sci project.skr

ส่วนสาเหตุที่เลือกคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เนื่องจากพิจารณาปัจจัยหลาย ๆ ด้านแล้วพบว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม รวมถึงเป็นความชอบส่วนตัวด้วย

แต่งานนี้ดูเหมือนว่าคนเก่งของเราจะโดนดราม่าจนได้ ซึ่งมีชาวเน็ตบางคน ตั้งคำถามว่า การที่น้องโอโม่เลือกยื่นพอร์ตโฟลิโอหว่านไป 15 คณะ แต่ตัวเองสามารถเลือกเรียนได้คณะเดียว จำเป็นต้องสละสิทธิ์ในคณะที่ไม่ได้เลือก แบบนี้คือการตัดโอกาสคนอื่นหรือไม่ เพราะในบางคณะ บางทุนการศึกษา ไม่ได้มีการจัดอันดับสำรองเอาไว้สำหรับรองรับการสละสิทธิ์

ส่วนอีกกลุ่มที่สนันสนุนน้อง ก็แสดงความคิดเห็นว่า ในเมื่อไม่มีกฎห้ามเอาไว้ว่ายื่นได้สูงสุดกี่คณะ น้องโอโม่ก็มีสิทธิ์ที่จะยื่นพอร์ตโฟลิโอไปกี่คณะก็ได้ เพราะตอนที่เรายื่น ก็ยังไม่รู้ว่าจะได้รับการคัดเลือกหรือไม่ คนเรียนเก่งก็กลัวไม่มีที่เรียนเหมือนกัน การยื่นหลาย ๆ ที่ก็เป็นการเพลย์เซฟ สมมติว่า น้องโอโม่เลือกคณะน้อย ๆ แล้วเกิดพลาดไม่ได้รับการคัดเลือกหมด แบบนี้ใครจะรับผิดชอบชีวิตน้อง

ไม่รับคำขอโทษ! “แคนดี้” ร่ำไห้เตรียมฟ้องเกรียนคีย์บอร์ด ปมโพสต์ถามเรื่องบาร์เกย์

ไม่รับคำขอโทษ! รับแต่เงินสดเท่านั้น “แคนดี้ รากแก่น” ร่ำไห้ ไลฟ์ทั้งน้ำตา เผย เตรียมฟ้องเกรียนคีย์บอร์ด ปมโพสต์ถามเรื่องบาร์เกย์

จากกรณีที่ทายาทราชินีหมอลำชื่อดัง แคนดี้ รากแก่น ออกมาโพสต์ถามลอย ๆ ผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า “ผู้ชายมีลูกมีเมีย ที่ไปเที่ยวบาร์เกย์ คือเป็นแบบใด๋!!? บอกแน” ทำเอาชาวเน็ตแห่โยงไปถึง บิ๊ก ผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์ ที่กำลังมีดราม่าปมปัญหาครอบครัวกับ แพรวพราว แสงทอง หมอลำสาวชื่อดัง

งานนี้ขบวนรถทัวร์แห่ไปจอดหน้าบ้าน สาวแคนดี้ กันยกใหญ่ โดยแซะในทำนองเดียวกันว่า “หิวแสงเหรอ” ซึ่งต่อมา แคนดี้ ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงถึงประเด็นที่โพสต์ดังกล่าว ยืนยันไม่ได้พูดถึงบิ๊ก แค่ถามเฉย ๆ

อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่าเรื่องราวดังกล่าวจะไม่จบลงง่าย ๆ ล่าสุด แคนดี้ รากแก่น ก็ได้ออกมาไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เผยทั้งน้ำตา ร่ำไห้แจง เตรียมฟ้องเกรียนคีย์บอร์ด คดีหมิ่นประมาท

โดยทาง แคนดี้ รากแก่น ก็ได้ไลฟ์พูดถึงกรณีดังกล่าว แจงใจความว่า ตนเองนั้นไม่ได้หิวแสง เพียงโพสต์ทั่วไป ซึ่งเป็นการถามตอบดี ๆ แต่คอมเมนต์ที่มาว่ากล่าวด่าทอลามปามไปถึงครอบครัวนั้น ตนเองทนไม่ได้ โดยเฉพาะคอมเมนต์ที่ด่าทอไปจนถึงคุณแม่

งานนี้ขอให้กฎหมายเข้าช่วย เพราะรู้สึกว่ามันไม่แฟร์กับที่ก็ไม่รู้มาว่า มาด่า มาด่าครอบครัวถึงวงตระกูล จะดำเนินการเรื่องนี้ เตรียมรับหมายศาลกันได้เลย ไม่ต้องมาลบ เพราะว่าแคปไว้หมดแล้ว จะไม่ปล่อยผ่านแล้ว ลั่น อ่านกฎหมายนิดนึง ก่อนจะไปด่าใคร

โดยช่วงหนึ่งของการไลฟ์ แคนดี้ รากแก่น ก็พูดทั้งน้ำตา สุดจะกลั้น ลั่น ด่าตนเองนั้นด่าได้ แต่ถ้าด่าแม่บานเย็นเมื่อไหร่ เจอกูแน่ ก่อนจะขอโทษทุกคน เผยตั้งใจว่าจะไม่ร้องไห้แล้ว เพราะจะไปรับรางวัล ถ้าร้องไห้เดี๋ยวจะไม่สวย

จนกระทั่งต่อมาเจ้าตัวก็ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวอีกครั้ง ระบุใจความว่า “ใครคอมเมนต์อะไรไว้ โปรดอ่านนะคะ เพราะแคนดี้ให้ทนายเตรียมฟ้องรายบุคคล หาเงินสร้างปู่อือลือค่ะ”

พร้อมกล่าวถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า ตนเองเพียงแค่โพสต์ถามความเห็นส่วนตัว ไม่ได้พาดพิงใคร ส่วนตัวก็ชอบสังคมเกย์อยู่แล้ว แต่พอเป็นข่าว มีคอมเมนต์ที่ด่าแรงๆ ซึ่งแคนดี้ไม่โอเค เตรียมรับหมายศาลกันนะคะ ไม่รับคำขอโทษรับแต่เงินสด จะเอาเงินไปสร้างปู่อือลือมหาจักรพรรดิ

พร้อมติดแฮชแท็ก #หมดเวลาด่าแล้วค่ะ #ก่อนด่าใครดูเจตนาเค้าให้ดีก่อน #เป็นกำลังใจให้น้องทั้งสองคนค่ะ #คนนอกใจคือคนผิด #FCผญบ #ไม่ต้องการเกาะกระแสเพราะไม่รู้จะดังทำไม #งานเยอะอยู่แล้ว

ที่มา : แคนดี้ รากแก่น

“อากู๋” เคลื่อนไหว หลังรู้ข่าวเพื่อนบ้านครอบครองปรปักษ์ ตัดสินใจลาโลก

จากกรณีข้อพิพาทครอบครองปรปักษ์ระหว่าง อากู๋ เหมทัศน์ เจ้าของบ้านย่านรามอินทรา 58 กับเพื่อนบ้านบุกรุกลักลอบเข้ามายึดบ้าน โดยอ้างกรรมสิทธิ์ครอบครองปรปักษ์เป็นของตนเอง ก่อนที่จะมีการเจรจาและย้ายออกไปเมื่อปลายปีที่แล้ว แล้วกลับเข้ามาอ้างสิทธิใหม่โดยเปิดร้านขายไก่ทอดในบ้านหลังดังกล่าว

อากู๋ เคลื่อนไหว หลังรู้ข่าวเพื่อนบ้านครอบครองปรปักษ์ ตัดสินใจลาโลก

ต่อมา นายซัน หลานอากู๋ พร้อม ทนายกุ้ง น.ส.อำนวยพร มณีวรรณ์ ทีมทนายความของ ทนายเดชา กิตติวิทยานัน ได้ตัดกุญแจบ้านปรปักษ์ พร้อมให้เจ้าของบ้านตัวจริงเข้าไปอยู่อาศัย และเก็บของกลางเป็นหลักฐาน

ต่อมา คดีครอบครองปรปักษ์บ้านอากู๋รามอินทรา ตำรวจ สน.โคกคราม นำตัวผู้ต้องหาบุกรุก 5 คน ส่งพนักงานอัยการมีนบุรี

ล่าสุดวันที่ 26 ก.พ. 2567 มีรายงานข่าวว่า เพื่อนบ้านที่เข้ามาครอบครองปรปักษ์ ตัดสินใจลาโลก ผูกคอ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเข้าตรวจสอบ

อากู๋ เคลื่อนไหว หลังรู้ข่าวเพื่อนบ้านครอบครองปรปักษ์ ตัดสินใจลาโลก

ขณะที่ทางด้าน ทนายเดชา กิตติวิทยานัน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ทนายคลายทุกข์ ระบุว่า “ผมได้แจ้งให้อากู๋ทราบแล้ว อากู๋ ถึงกับช็อกและขอแสดงความเสียใจกับการเสียชีวิตของคุณศรีพรรณ และขออโหสิกรรม”

อากู๋ เจ้าของบ้าน เคลื่อนไหว หลังรู้ข่าวเพื่อนบ้านครอบครองปรปักษ์ ตัดสินใจลาโลก

ปิดตำนานสุชาติแคปเจอร์ ญาญ่า เล่าย้อนวันที่ชีวิตดิ่งสุด ดังแล้วลืมตัวใช้ชีวิตเกินวัย เจอถล่มด่า

เป็นอีกหนึ่งเน็ตไอดอลในยุคโซเชียลแคม สำหรับ สุชาติ แคปเจอร์ ที่โด่งดังมาจากลีลาการพูดตอนถ่ายภาพว่า แคปเจอร์ เพราะความดังจึงทำให้ใช้ชีวิตสนุกเกินโดนดราม่าถล่มฉ่ำเรียกว่ารุนแรงจนรับไม่ได้และหายตัวไปถึงขั้นคิดว่าเจ้าตัวนั้นสิ้นไปแล้ว

ล่าสุด สุชาติ แคปเจอร์ หรือ ญาญ่า สมัชญา ไขสี ได้ออกมาเปิดใจผ่านรายการตีสิบเดย์ หลังจากโด่งดังมากเมื่อ 7 ปี ตอนจบ ม.ต้น ใช้ชีวิตสนุกเกินวัย อายุ 17 ปี ก็ไปเที่ยวผับ ทั้งที่ยังไม่ถึงวัย

สุดท้ายเจอดราม่าถล่มด่ารุนแรง จนรับไม่ไหว ต้องลาออกจากโรงเรียน ทั้ง ๆ ที่เหลือครึ่งเทอม จะจบสาขาอาชีพ เพราะเป็นคนอ่อนไหวมาก มันอยู่ต่อไม่ได้

ไม่ได้หายไปจากโซเชียล แค่ไม่เปิดสถานะ แค่ตั้งเป็นส่วนตัว จากที่เคยไลฟ์สดกินส้มตำก็ไม่ได้ทำ จากมีช่องยูทูบก็ไม่ได้ทำ ช่วงนั้นคือดาวน์ไปเลย อยู่กับคุณแม่ เก็บตัวอยู่ในห้อง ไม่อยากเจอใครเลย

มีเสี้ยววินาทีที่ไม่อยากอยู่แล้ว (ร้องไห้) ด้วยมีโรคประจำตัวด้วย เหนื่อย อยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์

ช่วงเก็บตัวอายุ 20-21 ตัดสินใจออกมาเรียน กศน. ต่อ ได้วุฒิ ม.6 ผ่านเกณฑ์ทหารหมดแล้ว ได้เปลี่ยนชื่อ นามสกุลใหม่

คำพูดแม่คำหนึ่งที่บอก ต่อให้ลูกแม่จะเป็นยังไง เขามองลูกแม่แบบไหน ลูกก็เป็นคนดีในสายตาแม่ แม่ก็คือแม่ ส่วนที่เปลี่ยนชื่ออยากลบล้างภาพจำ ที่มันไม่ดีกับตัวเอง จะเป็นคนใหม่แล้ว ถือว่าสุชาติตายไปแล้วนะ

แคปเจอร์ยังได้อยู่ แต่ภาพลักษณ์อาจไม่เหมือนแต่ก่อน ตอนนี้มายเซ็ตเปลี่ยน หลังจากคิดอะไรลบ ๆ มา โอเคฉันไม่สนแล้ว ต่อให้คุณคอมเมนต์มายังไงก็เป็นสิทธิ์ของคุณ แต่เราไม่สนใจเหมือนแต่ก่อน

แม้ว่าภายนอกจะดีขึ้น แต่ โรคธาลัสซีเมีย ซึ่งเป็นโรคประจำตัว ก็ยังต้องรักษาตัวทุกเดือน เป็นตั้งแต่ 3 ขวบ ตอนนี้ 24 ยังไปให้เลือดเหมือนเดิมทุกเดือน

แต่ความสวยหยุดไม่ได้ มีการเสริมหน้าอก แก้จมูก ทำตาสองชั้น ได้โรงพยาบาลสวยเฉพาะทางติดต่อมาช่วยเหลือ ซึ่งกลายเป็น 1 ในจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในเชิงสรีระภายนอก

ตลิป

คลิปจาก 2020 ENTERTAINMENT

พ่อตะวัน ยื่นคำร้องศาลอาญา ขอปล่อยชั่วคราว เผยลูกสาวเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก

เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้าคดีที่ พนักงานสอบสวน สน.ดินแดน ยื่นคำร้อง ฝากขัง น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือตะวัน อายุ 22 ปี นักเคลื่อนไหวกลุ่มทะลุวัง และ นายณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร หรือแฟรงค์ อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาที่ 1-2 ข้อหาว่า มาตรา 116, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา

และร่วมกันกระทำด้วยประการใดอันเป็นการก่อความเดือดร้อนรำคาญในที่สาธารณะ, ทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานซึ่งสั่งการตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายให้ไว้ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งโดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร

กรณีเหตุการณ์ที่ น.ส.ทานตะวัน หรือ ตะวัน ที่ร่วมกับ นาย ณัฐนนท์ หรือ แฟรงค์ นักเคลื่อนไหวกลุ่มทะลุวัง พยายามขับรถแซงขบวนเสด็จบนทางด่วน พร้อมบีบแตรรถยนต์ลากยาวระหว่างขบวนเสด็จผ่าน และใช้ถ้อยคำดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ถวายความปลอดภัย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาศาลมีคำสั่งให้ฝากขังและไม่ให้ประกันในคดี

ล่าสุดช่วงเช้าวันนี้ นายสมหมาย ตัวตุลานนท์ พ่อของ น.ส.ทานตะวัน มายื่นขอให้ศาลอาญาพิจารณาปล่อยตัวชั่วคราวทั้ง 2 คน

นายสมหมาย เปิดเผยว่า เมื่อวานไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ พบว่านายณัฐนนท์มีร่างกายที่แย่มาก ร่างกายขาดน้ำและขาดอาหาร เบลอไปหมด พูดไม่ได้ ส่วนอาการของน.ส. ทานตะวัน ร่างกายเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก การพูดจาสามารถทำได้เพียงแค่กระซิบ แทบจะไม่ได้ยินเลย

ถ้าปล่อยต่อไปให้เป็นเช่นนี้ อีกไม่กี่วันไม่แน่ใจว่า จะรักษาชีวิตไว้ได้หรือไม่ ทั้ง 2 คนไม่มีแรงแม้กระทั่งจะฝากบอกอะไรมา เลยมาขอความเมตตาจากศาล ให้ปล่อยตัวชั่วคราว เพื่อออกมารับการรักษา โดยครั้งนี้เป็นการยื่นขอประกันครั้งที่ 3 จึงหวังว่าศาลจะเมตตา

นอกจากนี้ ยังชี้แจงว่า ในวันเกิดเหตุทั้ง 2 คนไปร่วมงานศพของนักเคลื่อนไหวทางการเมืองกลุ่มทะลุฟ้าคนหนึ่ง ซึ่งขากลับขึ้นทางด่วนแล้วไปเจอขบวนเสด็จโดยบังเอิญ ไม่ได้มีเจตนาหรือวางแผนเพื่อไปก่อเหตุป่วนขบวนเสด็จแต่อย่างใด เพราะคนทั่วไปไม่มีทางรู้ได้เลยว่า เส้นทางเสด็จจะใช้เส้นทางใดบ้าง เป็นเรื่องธรรมดาที่ระหว่างเดินทางอยู่จะไปเจอขบวนเสด็จ อีกทั้งขบวนเสด็จใช้ความเร็ว ไม่มีทางที่จะขับรถตามไปป่วนได้ทัน

“แต่ยอมรับว่าเด็กทั้ง 2 คนมีพฤติกรรมและใช้วาจาไม่เหมาะสมกับเจ้าหน้าที่ แต่การการกล่าวหาดังกล่าวนั้น เป็นเรื่องที่เกินความเป็นจริง ลำพังเด็กทั้ง 2 คนจะไปทำอะไรได้ เพราะถ้ามีการใช้ความรุนแรงจริง เจ้าหน้าที่ก็สามารถดำเนินการขั้นเด็ดขาดขณะเกิดเหตุได้ทันที อีกทั้งยังให้คำมั่นว่า หากศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว จะดูแลลูกไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมืองอีก จะให้ใช้ชีวิตตามประสาวัยรุ่น และเรียนให้จบต่อไป” นายสมหมาย กล่าว

ด้าน นายนภสินธุ์ ตรีรยาภิวัฒน์ หรือ สายน้ำ กลุ่มทะลุวัง ซึ่งมาให้กำลังใจ เปิดเผยว่า คดีที่อยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน ซึ่งจะครบฝากขังผัดแรกเป็นเวลา 12 วัน ในเร็วๆนี้ ต้องดูว่าพนักงานสอบสวนจะยื่นฝากขังผลัดที่ 2 ต่อหรือไม่ ซึ่งในคดีนี้พนักงานสอบสวนให้เหตุผลคัดค้านประกันตัวว่า ผู้ต้องหาอาจไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือหลบหนีได้

ซึ่งที่ผ่านมาทั้ง 2 ไม่ได้มีเจตนาหลบหนี และไม่เคยไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานแต่อย่างใด จึงไม่เห็นความจำเป็นที่พนักงานสอบสวนจะต้องออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 2 คน วันนี้จึงมาให้กำลังใจให้นายสมหมาย เพราะรู้สึกเป็นห่วงเพื่อน จึงอยากให้ศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว

เปิดหน้า “จ่าอาร์ม” ตำรวจคลั่ง ญาติคับแค้นตะโกนถามเหตุจูงใจ ได้คำตอบสั้นๆ

กำลังคุกรุ่นสุดๆ ในขณะนี้จากกรณีที่เกิดดเหตุ ส.ต.อ. ตำแหน่ง ผบ.หมู่ (ป.) สภ.ชะอวด ใช้มีดไล่แทงชาวบ้าน ขณะขี่รถ จยย.จอดชะลอสี่แยกกลางถนน เสียชีวิต 1 ราย คือ น.ส.วิจิตตรา รักขนาม อายุ 51 ปี เป็นชาวบ้านอยู่ในตำบลชะอวด

ล่าสุดเพจ บิ๊กเกรียน ได้เผยโฉมหน้าตำรวจคลั่ง พร้อมทั้งระบุความคืบหน้าล่าสุดว่า ตำรวจ สภ.ชะอวด นำตัว ส.ต.อ.ชวนิล จินดามณีมาศ ผบ.หมู่ ปราบปราม ตำแหน่งพลขับร้อยเวร โรงพักชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ออกจากห้องขัง ผู้ต้องหาคลั่ง ก่อคดีสะเทือนขวัญ จนชาวบ้านผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต และบาดเจ็บ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

ก่อนหน้านี้ น้องสาวของผู้เสียชีวิตได้ออกมาร้องสื่อด้วยความคับแค้นใจ เนื่องจากช่วงที่เกิดเหตุ ญาติๆ พยายามถามแล้วว่า คนที่ก่อเหตุเป็นตำรวจจากโรงพักไหน แต่ทางตำรวจบอกว่าไม่รู้ ไม่สามารถให้ข้อมูลเบื้องต้นได้ จนทำให้เกรงว่าครอบครัวจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

เปิดหน้า "จ่าอาร์ม" ตำรวจคลั่ง ญาติคับแค้นตะโกนถามเหตุจูงใจ ได้คำตอบสั้นๆ

ภาพจาก บิ๊กเกรียน

ทั้งนี้ในวันที่พาจ่าอาร์มไปทำแผนนั้นปรากฏภาพบรรยากาศญาติๆ ของผู้ต้องเสียหายได้รวมตัวกันบุกโรงพักเพื่อขอดูหน้า ผู้ต้องหา แต่ทางเจ้าหนาที่ตำรวจไม่ยอมให้ดู ทำให้ญาติๆ ผู้เสียหายโวยวายลั่นโรงพัก และเรียกร้องให้ตำรวจมาจับมัดมือทุกคนไว้ก็ได้เพื่อจะขอดูหน้า ไม่มีการรุมทำร้ายร่างกายผู้ต้องหาอย่างแน่นอน

ในที่สุดจึงยินยอมให้ดูหน้า ส.ต.อ.ชวนิล ผู้ต้องหาที่อยู่ในอาการนิ่งเฉย เมื่อญาติๆ ถามว่าทำไม เขาทำอะไรให้ “จ่าอาร์ม กล่าวตอบเพียงสั้นๆ ว่า ‘เสียใจ’  จนบรรดาญาติๆ สุดที่จะทนไหวตะโกนชี้หน้าดุด่า สาปแช่งลั่นโรงพัก ในที่สุดกำลังตำรวจได้มากันญาติๆ ลงจากโรงพัก และจัดกำลังตำรวจคอยควบคุมดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยเต็มโรงพัก

เปิดหน้า "จ่าอาร์ม" ตำรวจคลั่ง ญาติคับแค้นตะโกนถามเหตุจูงใจ ได้คำตอบสั้นๆ

cr.บิ๊กเกรียน

ทั้งร้อนทั้งฝน กรมอุตุฯ เตือน 24 ชม.ข้างหน้า พื้นที่เสี่ยงเตรียมรับมือ

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนในหลายพื้นที่ ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้แล้ว ประกอบกับลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทยและประเทศไทย

ลักษณะเช่นนี้จะทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่อาจจะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรและอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงในช่วงวันและเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

ฝุ่นละอองในระยะนี้: ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีการสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันอยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงสูง เนื่องจากลมที่พัดปกคลุม มีกำลังอ่อน และมีการระบายอากาศที่ไม่ดี

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 18:00 น. วันนี้ ถึง 18:00 น. วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ ตอนบน : อากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน ตอนล่าง : อากาศร้อน กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง บริเวณจังหวัดอุตรดิตถ์ พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 13-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 5-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย หนองคาย อุดรธานี หนองบัวลำภู มุกดาหาร ชัยภูมิ ขอนแก่น อำนาจเจริญ นครราชสีมา ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ และลมกระโชกแรง บริเวณจังหวัดลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่ง บริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก) อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดชุมพร ขึ้นไป : ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10–30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎ์ธานี ลงมา : ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก) อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

กรุงเทพและปริมณฑล อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

เรียบเรียง มุมข่าว

หนุ่มพ่อค้ารถพุ่มพวง ขับรถไล่ชนชาวบ้านดะ เสียชีวิต 3 ราย เจ็บอีก 2

เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2567 เกิดเหตุรถกระบะ ซึ่งเป็นรถพุ่มพวงขับไล่ชนชาวบ้านที่ออกมาจากดูหมอลำ จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายคน ช่วงเวลา 01.00 น. ที่ผ่านมา และขับหลบหนีไป บริเวณเนินพุ่มไม้ข้างถนนสายบ้านไทยบวกเตย – บ้านป่าใต้ ต.บุสูง อ.วังหิน จ.ศรีสะเกษ  ขณะที่เจ้าหน้าที่ รพ.วังหิน เข้าทำการช่วยเหลือ

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังหิน ได้รับแจ้งเหตุ จึงวิทยุสกัดจับ พร้อมกับเบาะแส รูปพรรณของคนร้าย กระทั่งสามารถจับกุมผู้ที่กระทำผิดได้ และนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.วังหิน ทำการตรวจปัสสาวะ เป่าตรวจแอลกอร์ฮอร์ ปรากฏว่าเกินปริมาณที่กฎหมายกำหนด ทราบชื่อผู้กระทำผิด คือ นายปรีชา ไกรยา อายุ 23 ปี ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถกระบะ สีดำ ทะเบียน บษ 9784 ศรีสะเกษ ก่อนรับสารภาพว่า ขับรถไปชนคนจริง แต่ไม่ได้เจตนา รับเพียงว่าขับรถยนต์โดยประมาทเท่านั้น

ภายหลังจากการสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว นายปรีชา เดินทางไปที่บ้านไทยบวกเตย เพื่อนำชี้จุดเกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพ โดยจุดแรกเป็นจุดที่จอดรถกระบะ ที่เป็นรถพุ่มพวงเร่ขายของ เพี่อไปดูหมอลำ จากนั้นเกิดมีเรื่องมีกลุ่มชาย 4 คน เข้ามาชกจนนายปรีชา จนปากแตก ก่อนที่นายปรีชาจะโมโห จึงกลับมาที่รถกระบะ และขับเพื่อจะเดินทางกลับ เพราะหมอลำก็เลิกเล่นแล้ว

ขณะที่ขับมาตามถนนสายบ้านไทยบวกเตย ไปบ้านป่าใต้ ได้พบรถจักรยานยนต์ที่ขับอยู่ด้านหน้า 2 คัน จึงเข้าใจว่าเป็นรถจักรยานยนต์พวกที่มาชกปากตน จึงได้เร่งเครื่องขับไล่เหยียบ ชนดะไปทั้ง 2 คัน แม้ว่ารถจักรยานยนต์พยายามที่จะขับหลบ และขับหนี แต่ถนนแคบจึงหนีไม่พ้น

ขับไล่ชนเป็นระยะทางยาวกว่า 2 กม. ชนมาเรื่อย ก่อนที่รถยนต์จะมาชนเข้ากับต้นไม้ที่อยู่เนินดินข้างทาง โดยหน้ารถกระบะอัดรถจักรยานยนต์กับร่างคน แต่นายปรีชาไม่สนใจ ถอยรถออกจากเนินดิน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน เจ็บสาหัสอีก 2 คน ก่อนขับหลบหนี ไปพักที่บ้านอา อ.กันทรลักษ์ กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่จับกุมในที่สุด

เจ้าหน้าที่ตำรวจ เผยว่า ได้รับมอบหมายจาก ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ มาร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีมีคนร้ายขับรถกระบะไล่ชนชาวบ้าน เสียชีวิตคาที่ 3 คน บาดเจ็บหนัก 2 คน ซึ่งชนจุดแรกบาดเจ็บสาหัส จุดที่ 2 และจุดที่ 3 ชนอย่างแรง เสียชีวิตคาที่ และยังขับลากไถลไปตามถนน มีร่องรอยคูดเป็นทางยาวกว่า 20 เมตร แล้วขับหลบหนีไป

สำหรับผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ประกอบด้วย นางบัวสอน วิลัย อายุ 53 ปี เป็นผู้นั่งโดยสารซ้อนท้ายรถจักรยานไฟฟ้า เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ น.ส.วาสนา จันมณี อายุ 48 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานไฟฟ้า เสียชีวิตที่ รพ.ศรีสะเกษ และ น.ส.ศิริลักษณ์ ศรบุญทอง อายุ 51 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เสียชีวิตที่ รพ.วังหิน ขณะที่ นายละมุน อินทโร อายุ 51 ปี ผู้นั่งโดยสารรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าคันไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ได้รับบาดเจ็บ และ นางมาลี เกลาพิมาย อายุ 55 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ทะเบียน 1กธ 5868 ศรีสะเกษ ได้รับบาดเจ็บ

Popular Posts

My Favorites

ด่วน เกิดเหตุสารเคมีระเบิด มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส

0
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 28 พฤศจิกายน สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 กรมประชาสัมพันธ์ รายงานว่า เกิดเหตุสารเคมีระเบิด ที่บ้านแม่แวน อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บสาหัส 2 ราย บาดเจ็บอีกหลายราย เจ้าหน้าที่กำลังนำส่งโรงพยาบาล โพสต์